วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ตุ๊กตาลูกเทพในสังคมไทย

ตุ๊กตาลูกเทพในสังคมไทย

     สังคมไทยเป็นสังคมที่มีปรากฏการณ์และกระแสความเชื่อแปลกประหลาดเกิดขึ้นเสมอๆ เป็นปรากฏการณ์ที่ท้าทายเจตนาร่วม (General Will) ที่คนไทยส่วนใหญ่ยอมรับโดยพฤตินัยว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติและนำไปสู่การตั้งคำถามว่า“สังคมไทยเป็นสังคมชาวพุทธจริงหรือ” ปรากฏการณ์และกระแสความเชื่อต่างๆ ที่เกิด ขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สะท้อนภาพอะไร และ/หรือ อะไรกำลังเกิดขึ้นกับชาวพุทธในราชอาณาจักรไทย ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งปัญญา เป็นศาสนาของความมีเหตุมีผล ดั่งคำกล่าวโดยย่ออย่างพิสดารของพระอัสสชิ ซึ่งส่งผลให้อุปติสฺสะปริพาชก (พระสารีบุตร) ได้ดวงตาเห็นธรรม คำกล่าวนี้เป็นพระคาถาสำคัญที่จารึกในโบราณสถานสมัยทวารวดี และอยู่คู่กับสังคมไทยมาตราบเท่าทุกวันนี้

                     เยธมฺมมา เหตุปปภวา                       เตสํ เหตุง ตถาคโต
                    เตสญจ โย นิโรโธ จ                          เอวํ วาที มหาสมโณ

        ธรรมเหล่าใด มีเหตุเป็นแดนเกิด (เกิดแต่เหตุ)       พระตถาคตเจ้า ทรงแสดงเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น
        และความดับแห่งธรรมเหล่านั้น                        พระมหาสมณะ มีปกติ ทรงสั่งสอนอย่างนี้

        พระคาถานี้เป็นเพียงจารึกที่เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าพระบวรพุทธศาสนาแผ่ขยายเข้ามาและตั้งหลักปักฐานในดินแดนอุษาคเนย์เท่านั้น หรือว่าพึงมีบทบาทและความสำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิตและจิตวิญญาณของชนชาวอุษาคเนย์ แต่ไฉนชนชาวสยามซึ่งปวารณาตนเป็นพุทธศาสนิกชน โหยหาและร้องเรียกให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติโดยนิตินัยของตน จึงมีพฤติกรรมและวิถีชีวิตที่แปลกแยกไปจากหลักธรรมทางพุทธศาสนามากมายเช่นนี้ แม้นพระ ภิกษุในพระบวรพุทธศาสนาบางส่วนยังกระทำตนเสมือนเป็นตัวการ/ผู้สนับสนุนให้เกิดการเบี่ยงเบนจากหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตัวว่าการกระทำหลายสิ่งหลายอย่างนั้น เกินความพอเหมาะพอควร ทั้งสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำที่ชักนำให้ญาติโยมหลงเข้าไปสู่วังวนของความงมงายที่ยากจักหลุดพ้นโดยง่าย

       ปรากฏการณ์ลูกเทพในสังคมไทยเกิดขึ้นโดยอย่างไร ว่ากันไปแล้ว ปรากฏการณ์เช่นนี้มิได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในสังคมโลกาภิวัตน์ บางเรื่องเกิดขึ้นเป็นประจำจนกลายเป็นเหตุการณ์ปกติของสังคมไทย กรณีตุ๊กตาลูกเทพเป็นกระแสความเชื่ออย่างหนึ่งในสังคมไทยที่เป็นไปในลักษณะเดียวกับกุมารทอง รักยม ลูกกรอก ซึ่งเป็นการนำซากของเด็กหรือวัตถุอาถรรพ์ต่างๆ มาเข้ากระบวนการผลิตเชิงนามธรรม คือ การปลุกเสกด้วยคาถาอาคมเพื่อนำวิญญาณของเด็กมารับใช้มนุษย์ พยานเอกสารที่ปรากฏและสามารถอธิบายความเชื่อดังกล่าวได้ คือ เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ความมีอยู่ว่าขุนแผนผ่าท้องนางบุญคลี่และควักลูกในท้องมาย่าง ประกอบพิธีกรรมปลุกเสกเป็นกุมารทองที่มีอิทธิฤทธิ์เหนือภูตผีปีศาจ และทำหน้าที่เป็นผู้สนองงานขุนแผนแสนสะท้านในการต่างๆ คู่กับนางโหงพราย และตำราไสยเวทย์หลายฉบับก็กล่าวถึงวิธีการทำกุมารทองและวัตถุอาถรรพ์ต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการนำวิญญาณเด็กมารับใช้มนุษย์อย่างพิสดาร นอกจากนั้น ยังมีตำราไสยเวทย์บางตอนที่กล่าวถึงหุ่นพยนต์ ในเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ก็มีการกล่าวถึงหุ่นพยนต์เช่นกัน จนข้อมูลโดยสังเขปที่สาธยายมานี้ เป็นข้อมูลที่นำไปสู่การตั้งข้อสังเกตประการหนึ่งว่า ในสังคมของชนชาวสยาม มีเรื่องการนำวิญญาณมาเป็นเครื่องมือในการรับใช้มนุษย์มาตั้ง แต่ครั้งโบราณกาล จุดเริ่มต้นจะมีมาแต่ครั้งใดและมีส่วนเกี่ยวข้องหรือสืบทอดมาแต่ครั้งนั้น คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักวิชาการทางด้านมานุษยวิทยาศึกษาหาความรู้ต่อไป
      
   บริบทที่แสดงให้เห็นถึงกระแสการตื่นตัวของการนำอิทธิฤทธิ์ของกุมารทองและรักยมมารับใช้มนุษย์ คงไม่พ้นปรากฏ การณ์ที่เกี่ยวเนื่องกับการเล่นกลในช่วงหลังกึ่งพุทธกาล การเล่นกลลักษณะนี้มักแสดงกลตัดหัวและตอบคำถามต่างๆ เหมือนที่ตลกบางคณะนำมาล้อเลียนกัน “อับดุล.. ถามได้ ตอบได้” จบท้ายด้วยการเสนอขายพระขุนแผนกุมารทอง กุมารทอง รักยม ฯลฯ การเล่นกลแบบนี้ หายไปนาน และวงการพระเครื่องกลับมาฮือฮาอีกครั้งเมื่อขุนแผนผสมผงพรายกุมาร (เถ้ากระโหลกเด็กที่มีลักษณะตรงตามตำราทางไสยศาสตร์) ของหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ได้รับความนิยมและสนนราคาซื้อขายกันเป็นหลักแสน ขณะเดียวกัน ก็มีหลายสำนักที่ทำกุมารทองออกมาเสนอขายกันอย่างคึกโครม ขายแบบสินค้าอุตสาหกรรม ขายจนวัดแห่งแห่งสามารถสร้างถาวรวัตถุใหญ่โตหรือนายทุนร่ำรวยกันเป็นแถว



    ในมุมมองของผู้บริโภค ความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการพึ่งพาอิทธิปาฏิหาริย์จากกุมารทองยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กระแสความนิยมมีทั้งกลุ่มที่ไม่กลัวผลเสียหรือผลข้างเคียงที่เกิดจากการเลี้ยงวิญญาณเหล่านั้น กับกลุ่มที่กล้าๆ กลัวๆ พัฒนาการของตลาดเพื่อนวิญญาณและ/หรือผีเด็กรับใช้ จึงพัฒนาก้าวไกลไปอีกขั้นหนึ่ง ปรับระดับจาก “กุมารทอง” เป็น “กุมารเทพ” วัสดุที่ใช้ในการทำกุมารก็เปลี่ยนแปลงไป จากซากเด็ก/วัตถุอาถรรพ์อย่างดินเจ็ดป่าช้า มาเป็นว่านกุมารทอง ผงวิเศษที่เกิดจากการเขียนอักขระเลขยันต์ บางกระแสก็บอกให้ใช้ดอกบัวแฝดเป็นวัสดุสำคัญในการสร้างร่างสร้างวิญญาณ(เจตสิก) สร้างสินค้ามายาสนองความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นกลุ่มลูกค้าเฉพาะ (Niche market) ที่มีกำลังซื้อแบบไร้แรงฉุดรั้ง เป็นการซื้อบนพื้นฐานของศรัทธาความเชื่อแบบไร้ขอบเขต พิจารณาลึกลงไปอีกระดับหนึ่งเพื่อหาคำตอบว่า “ศรัทธาและความเชื่อเฉกเช่นนี้ เป็นกลไกในการสนองตอบต่อจิตที่ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง และ/หรือ จิตที่ขาดที่พึ่ง ใช่หรือไม่ และมีวิธีการใดที่จักนำหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนาเข้าไปเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตให้กับพุทธศาสนิกชนได้อย่างไร”

     กระแสตุ๊กตาลูกเทพที่เกิดขึ้นช่วงต้นปี ๒๕๕๙ เป็นปรากฏการณ์หนึ่งของความสัมพันธ์เชิงพึ่งพาและมายาพาณิชย์ระหว่างคนกลุ่มหนึ่งในสังคมกับการนำวิญญาณที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งเชื่อว่าสามารถสร้างขึ้นได้โดยอาศัยคาถาอาคม ก่อให้เกิดพฤติกรรมที่แปลกแยกจากหลักธรรมทางพุทธศาสนาและนำไปสู่ธุรกิจสีเทาที่ยากจักประเมินมูลค่าเงินสะพัดที่แท้จริงได้อย่างถูกต้อง เป็นตลาดมายาที่สร้างมูลค่าสินค้าให้สูงเกินกว่าความเป็นจริงหลายเท่าตัว และท้ายสุด เป็นสินค้าไร้คุณภาพและไม่มีคุณสมบัติเป็นทรัพย์สินที่สามารถแปลงเป็นทุนได้ เป็นเพียงการสนองตอบต่อความต้องการทางจิตใจที่สังคมควรหันกลับมาพิจารณาว่ากระแสที่เกิดขึ้นใช่วิถีของชาวพุทธหรือไม่